วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2554

พระซุ้มกอ
พระซุ้มกอ
พระซุ้มกอ

...หลังจากที่ผมได้พระแท้ในดวงใจมาแล้ว(คือพระกำแพงลีลาเม็ดขนุน:อ่านรายละเอียดได้ที่http://oldamulet.blogspot.com/)ก็คิดว่าจะเลิกหาเลิกเล่นพระได้แล้ว เพราะหมดไปหลายเงินกับพระเสียบพระไม่ถึงยุค แต่ก็อย่างว่า ของชอบ อดนานไม่ได้ หยุดไปเดือนเดียวก็เริ่มตระเวนหาอีกแล้ว คราวนี้เซียนขุดพระพาไปกรุใหม่ที่ผมยังไม่เคยไปมาก่อน อยู่ห่างจากวัดพระบรมธาตุนครชุมแค่สองสามร้อยเมตรเท่านั้น อันที่จริงเซียนเขาก็เคยชี้กรุนี้ให้ดูตอนไปขุดพระที่หลังวัดบรมธาตุนครชุม แต่ผมไม่ได้สนใจเองเพราะเห็นว่ายังได้พระกรุอื่น ๆ อยู่ แต่พอกรุอื่นเริ่มได้ห่างองค์ จึงมาลองที่กรุนี้ดูบ้าง.

...ครั้งแรกที่ไปถึงก็สัมผัสได้กับความวังเวง น่ากลัวมาก ๆ นี่ขนาดกลางวันนะเนี่ย กลางคืนผมท่าจะไม่สู้แน่ ๆ กรุนี้ปรากฏร่องรอยการขุดมากมายหลายสิบหลุม นานมาแล้วก็มี ใหม่ ๆ ก็มี ลึกบ้างตื้นบ้าง บางหลุมลึกถึงห้าหกเมตรน่ากลัวดินถล่มทับตายจริง ๆ ต้นไม้ใหญ่ปกคลุมทั่วบริเวณเพิ่มความน่ากลัวเข้าไปอีก แถมยังมีศาลเก่าๆ อีกหลายหลังตั้งอยู่ด้วย ยิ่งทราบประวัติว่าศาลนี้ตั้งขึ้นเพราะคนที่มาขุดก่อนหน้านี้กลับบ้านไปแล้วตายแบบไม่มีสาเหตุมาหลายคนแล้ว บรื๋วววววยิ่งน่ากลัว แต่เอาวะ อายครูไม่รู้วิชา อายภรรยาไม่มีบุตร อายขุดกรุที่น่ากลัวไม่ได้พระแท้ เลือกขุดที่ไหนไม่เลือกดันไปเลือกโคนต้นมะขามใหญ่ข้างศาลเก่า แต่ทำไงได้เซียนเขาเลือกแล้ว ราวชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีเฮ เจอแต่เศษอิฐเก่าขวดแตกดินก็แข็ง เซียนเลยย้ายที่ห่างออกไปอีกสิบเมตร เออค่อยยังชั่วหน่อยตรงนี้อยู่ใต้ต้นเล็บเหยี่ยวมีร่มเงาเย็นสบาย ผมลอบสังเกตว่าทำไมเซียนถึงเลือกตรงนี้ ก็พบว่าจากตำแหน่งที่คนโบราณได้ทิ้งร่องรอยการขุดหาของมีค่าบนเจดีย์และคงจะโกยเศษอิฐเศษดินลงมาด้านล่างจนกลายเป็นเนินดินทอดยาวลงมาสิ้นสุดตรงที่เซียนเลือกพอดี ถามว่าแล้วคนโบราณเขาไม่เอาพระไปหมดแล้วรึ ก็ได้คำตอบว่า คนโบราณไม่เอาพระที่ทำจากดิน เพราะตอนนั้นไม่มีค่าอะไรเลยหาก็ง่าย เขาจะเอาแต่พระทองคำ พระบูชาองค์ใหญ่ ๆ สัมฤทธิ์ ทองเหลือง อะไรทำนองนั้น หลังจากเปิดหน้าดินได้ลึกสักสิบเซนต์ เซียนก็บ่นไปขุดไปว่า ดีจริง ๆ ดินตรงนี้ยังไม่เคยถูกขุดมาก่อน ลักษณะส่วนผสมของดินถูกต้องตามตำรา มีหวังได้แน่ ๆ ยังไม่ทันขาดคำผมก็พบพระองค์แรกเป็นพระซุ้มกอแต่หักส่วนบนเศียรพระหายไปนิดหนึ่ง เป็นรอยหักเก่า ลองส่องดูเนื้อก็ใช้ได้ เลยตั้งหน้าตั้งตาขุดกันใหญ่.
.
พระซุ้มกอ

ครู่ต่อมาเซียนก็พบพระซุ้มกออีก หักครึ่งส่วนบนเศียรหายไปเลย องค์นี้เนื้อจัดกว่าองค์แรก.
.
พระซุ้มกอ

..ครู่ต่อมาขณะที่ผมยกก้อนดินขนาดใหญ่เท่าส้มโอขึ้นบี้เป็นก้อนเล็กให้ตกลงมา หากมีพระก็จะเห็นได้ง่าย ระหว่างที่กำลังบี้ไปเกือบจะหมดก้อน ก็ได้ยินเสียงดัง ตุ๊บ!! พระซุ้มกอครับ ตกลงมากองให้เห็นได้ถนัดตาทีเดียว เป็นพระที่สมบูรณ์ไม่แตกหัก เศษดินยังปกคลุมเกือบทั้งองค์ เผยให้เห็นเนื้อแท้บริเวณหน้าผาก จมุก หัวไหล่และเข่าทั้งสองข้าง ลองส่องดูเนื้อ แหม!! ต้องซี๊ดปากที่เดียวครับ สวยมาก ๆ แร่ดอกมะขามปรากฏชัดทีเดียว แต่พระยังชื้นอยู่จึงวางผึ่งลมไว้ก่อน.
.
พระซุ้มกอ
.

พระซุ้มกอ
พระซุ้มกอ
.

พระซุ้มกอ
.
...ราวครึ่งชั่วโมงต่อมาขณะที่ผมโกยดินที่หาพระแล้ว ทิ้งไปข้าง ๆ หางตาเหลือบไปเห็นแผ่นอะไรดำ ๆ รูปทรงคล้ายพระ จึงกลับไปหยิบมาพิจารณาดูใหม่ ตอนแรกก็ดูว่าไม่ใช่พระ ลองปาดดินที่ปกคลุมออกจึงเห็นชัดว่าเป็นพระแต่ไม่รู้พิมพ์อะไร เมื่อเอาคราบกรุออกหมดจึงรู้ว่าเป็นนางกำแพงฐานตาราง หักตรงฐานนิดหน่อยแต่ไม่ถึงองค์พระ เกือบหลุดไปแล้ว ! โกยทิ้งไปแล้วนะเนี่ย......

พระนางกำแพงฐานตาราง

ต่อมาพบพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ อีกองค์ สภาพสมบูรณ์สุด ๆ องค์นี้ผสมอยู่กับดินร่วน พบโดยไม่ต้องบี้ดิน คราบกรุปกคลุมจนไม่เห็นรายละเอียดเลย ตอนแรกก็กังวลว่าจะเป็นพระเสียบเพราะไม่ได้พบตอนอยู่ในก้อนดินแข็ง แต่พอเอาคราบกรุออกหมดจึงพบว่าเป็นพระที่ออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกันกับพระซุ้มกอองค์ที่พบก่อนหน้านี้ ต่างกันตรงที่การตัดขอบไม่เท่ากัน (สมัยก่อนใช้ตอกตัดจึงไม่เท่ากันทุกองค์แต่แม่พิมพ์สมัยใหม่จะเท่ากันทุกองค์) และองค์ที่ได้ล่าสุดนี้เนื้ออ่อนนุ่มมาก ๆ ชนิดที่ว่าสกิดถูกเนื้อพระไม่ได้เลย เป็นรอยให้เห็นทันที รารักก็หลุดร่อนไปมากตอนเอาคราบกรุออก ในเมื่อพระที่ออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน องค์หนึ่งพบอยู่ในดินแข็งเป็นก้อนต้องทุบออกจึงพบองค์พระ อีกองค์ถึงแม้จะพบผสมอยู่ในดินร่วนก็มั่นใจได้ว่าไม่ใช่พระเสียบอย่างเคยเป็นแน่แท้ทีเดียวเจียวล่ะจะบอกให้..
พระซุ้มกอ
.

พระซุ้มกอ
พระซุ้มกอ

...บ่ายแก่ ๆ เซียนที่กำลังขุดดินอยู่ในหลุมยื่นก้อนอะไรทรงคล้าย ๆ พระ ขึ้นมาให้ผมดู พลางถามว่า ใช่
พระเปล่า? ผมพิจารณาดูอยู่นาน ด้านหลังนั้นใช่พระแน่ ๆ เพราะเห็นรอยตัด รอยโค้งชัดเจน แต่ด้านหน้าพิมพ์ทรงอย่างนี้ไม่คุ้น ผมตอบไปตามนั้น เมื่อเอาคราบกรุออกจึงพบว่าเป็นนางกำแพงพิมพ์โบราณ ตา จมูก ปาก มีให้เห็นครบ เสียตรงที่ยอดหักไปหน่อยหนึ่ง ถ้าจำไม่ผิดพระพิมพ์นี้ปรากฏอยู่ในหนังสือ พระกำแพง ในงานประกวดพระของ อบจ. เมื่อหลายปีก่อน.



เย็นมากแล้วผมนึกในใจ ขออีกองค์น่าปิดท้าย ก็ได้จริง ๆ ครับ เม็ดขนุนสีเขียวอมดำ เอาคราบกรุที่เป็นดินออกได้เท่านั้น ที่เป็นไขแข็ง ๆ เอาออกไม่ได้ ทั้งลื่นทั้งแข็ง เลยปล่อยไว้อย่างนั้น เสียดายตอนกดแม่พิมพ์น่าจะขยับเล็กน้อย เลยทำให้เกิดเส้นแขนขวาเป็นสองเส้น.






อีกสามสี่วันที่ผมไปซ้ำอีกแต่ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม ดินเริ่มแข็งขุดยากจึงตัดสินใจหยุดขุด ดูเอาเถอะของที่ว่าหายากมาก ๆ เวลาที่ได้มันก็เหมือนหาง่าย ๆ หกเจ็ดองค์ได้ติดต่อกันในวันเดียว บทมันจะไม่ได้ก็ดูยากเย็นเสียจริง ๆ สามสี่วันไม่ได้สักองค์ ราวกับว่าพระไม่มีหลงเหลือให้ขุดอีกแล้ว ผมจึงตีค่าพระชุดนี้ไว้ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก ซึ่งก่อนหน้านี้ผมเทียวขุดหาอยู่หลายที่หลายเดือนไม่พบ ที่พบมีแต่พระซุ้มกอองค์เล็ก ๆ เท่านิ้วก้อย กับพระซุ้มกอ ไม่มีกนก.

...ผมเห็นว่าพระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ มีกนก ที่ได้ครั้งนี้มีสององค์ เป็นพระที่เหมาะกับผู้มีบุญวาสนาบารมีสมควรจะมีไว้ครอบครองบูชา ส่งเสริมบารมีให้กับตนเอง ผมขอตั้งราคาไว้ที่องค์ละหนึ่งแสนบาทครับสนใจแบ่งไปบูชาสักองค์ลองโทรมาคุยกันได้ที่หมายเลข 0849934171

ข้อมูลล่าสุดวันที่ 17 กันยายน 2557
พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนกทั้งสององค์นี้เปลี่ยนที่อยู่แล้วครับ องค์หนึ่งไปอยู่กับอดีตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดท่านหนึ่ง ส่วนอีกองค์ไปอยู่กับท่านรองผู้บัญชาการตำรวจภาค ทั้งสองท่านเป็นผู้มีบุญวาสนาบารมีเหมาะสมแล้วที่ได้ไปครอบครองบูชาครับ.